กินเจอย่างไรจิตใจผ่องใส....ไม่อ้วน
20 ตุลาคม 2560 เวลา 11:12 น.| เปิดอ่าน 1071 ครั้ง

ในช่วงเทศกาลกินเจ หลายคนหันมากินเจแบบเคร่งมากๆ แต่ไปเคร่งเฉพาะกับอาหารจนลืมทำจิตให้เป็นสุข กล่าวคือ ปากกินเจ แต่ใจไม่สงบสุขก็เท่ากับปฏิบัติได้แค่ครึ่งเดียว ดังนั้นเรามาเข้าถึงแก่นแท้ของการ “ถือศิล กินเจ”ให้ได้เพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงและเป็นสุข

หลายคนใช้ช่วงเทศกาลนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการกินอาหารเพื่อสุขภาพและทำความดี โดยเฉพาะการละเว้นเนื้อสัตว์ในช่วง 10 วัน ถือเป็นการพักกระเพาะและระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าจะกินอาหารเจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราต้องมีความรู้พื้นฐานให้ถ่องแท้ ต้องคำนึงตลอดเวลาในขณะที่กินเจว่า อาหารทุกมื้อทุกจานต้องครบ 5 หมู่และที่สำคัญต้องมีโปรตีนจากพืชเป็นส่วนผสม อันได้แก่ โปรตีนเกษตร เต้าหู้แข็ง เต้าหู้อ่อน ฟองเต้าหู้ เต้าเจี้ยว และน้ำเต้าหู้ และที่สำคัญหันมากินธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้งอื่นๆในรูปของอาหารหลักและอาหารว่างให้มากขึ้น

เนื่องจากอาหารเจส่วนมากจะใช้วิธีปรุงแบบผัดๆทอดๆ หลายเมนูมีน้ำมันเยิ้ม หากทานเมนูทอดตลอด 10 วัน ไขมันส่วนเกินจะถูกสะสมไว้ และอาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรหันมากินเจแบบ ต้ม แกง ยำ อบ นึ่ง ย่าง ให้มากขึ้นดีกว่า อีกทั้งในช่วงกินเจ ต้องกินผักผลไม้ให้หลากลายชนิด เพื่อที่ร่างกายจะได้วิตามิน แร่ธาตุและพฤกษเคมีครบถ้วน  แต่ต้องมั่นใจว่าผักผลไม้ที่กินเข้าไปต้องปลอดภัยต่อสารปนเปื้อน และอาหารว่างอาหารว่างในช่วงกินเจเป็นผลไม้ไทยที่ไม่หวานมาก

หลายคนบ่นว่าหลังกินเจแล้วอื่นขึ้น นั่นแสดงว่ากินเจแบบไม่มีความรู้ไม่ระมัดระวังในการกิน ความเสี่ยงในการกินอาหารแล้วทำให้น้ำหนักขึ้นประการที่หนึ่งคือ กินข้าว-แป้งมาก เพราะไม่กินเนื้อสัตว์จึงต้องกินข้าวให้หนักท้องเข้าไว้และกินผลิตภัณฑ์ที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์มากเกินไป ผลิตภัณฑ์เหล่านี้พบว่าส่วนหนึ่งทำมาจากแป้งไม่ใช่ถั่วเมล็ดแห้ง ประการที่สองคือ กินอาหารเจประเภทผัดกับทอดจนล้นเกิน ประการที่สาม กินอาหารเจรสหวานจัด ทราบแบบนี้แล้วก็นำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้กินเจปีนี้ จิตใจผ่องใสและไม่อ้วน

ขอบคุณข้อมูลจาก อ.สง่า ดามาพงษ์