พังผืดข้อมือทับเส้นประสาท โรคฮิตคนติดจอ
15 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11:59 น.| เปิดอ่าน 673 ครั้ง

พังผืดข้อมือทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) ถือเป็นอีกโรคที่คนเป็นกันมาก สาเหตุหลักเกิดจากการพิมพ์งาน การจับเมาส์ หรือใช้นิ้วจิ้มมือถือเป็นเวลานาน เกิดการเกร็งของนิ้วมือ ส่งผลให้ข้อมือเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมา จนเกิดอาการปวดเนื่องจากโพรงเส้นประสาท หรืออุโมงค์ข้อมือถูกกดทับ

อาการที่เกิดขึ้นหลายคนมักคิดว่า เป็นเพียงอาการเมื่อยล้าธรรมดา หากไม่รักษาปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้พังผืดหนาตัว ปวดเรื้อรัง และทำให้ข้อมือไม่สามารถใช้งานได้เช่นเดิมอีกก็เป็นได้

ลักษณะอาการ เบื้องต้นสังเกตได้ คือ ชาตามนิ้วมือโดยไม่ทราบสาเหตุ พบบ่อยบริเวณนิ้วกลางและนิ้วนาง ส่วนนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ก็สามารถพบอาการชาได้เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นช่วงกลางคืน เมื่อทำการสะบัดข้อมือ จะช่วยให้อาการทุเลาลง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ยังมีพฤติกรรมเดิมๆ อยู่ อาการชาจะรุนแรงเป็นหนักและบ่อยครั้งขึ้นจนกลายเป็นชาตลอด 24 ชั่วโมง

สาเหตุของอาการชาที่เกิดขึ้นมาจากการที่เส้นประสาทเข้าไปกดทับฝ่ามือ ส่งผลให้เกิดอาการปวด ซึ่งสามารถปวดร้าวต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงแขน บริเวณนิ้วที่เป็นแนวของเส้นประสาท จะยิ่งมีอาการปวดมากขึ้น ยิ่งเป็นการทำงานใช้มือเกร็งเป็นเวลานานในท่าเดิม เช่น การจับมีด การใช้ค้อนตอกตะปู หรือการใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น

ทั้งนี้ หากเส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนแรงของมือ ไม่ค่อยมีแรงเมื่อกำมือ หยิบจับสิ่งของแล้วหลุดมือบ่อยๆ ยิ่งเป็นของชิ้นเล็ก ยิ่งทำให้รู้สึกจับได้ไม่ถนัดมือ

การก่อตัวขึ้นของเนื้อเยื่อพังผืด ส่งผลให้ความดันในช่องอุโมงค์เส้นประสาทสูงขึ้น ในระยะที่พังผืดไม่ยังก่อตัวขึ้นเพียงบางๆ อาการที่แสดงออกมายังไม่มากนัก อาจมีอาการชาบ้างเล็กน้อย แต่ก็จะหายไปได้เอง แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน พังผืดหนาตัวมากขึ้น กลายเป็นโรคพังผืดข้อมือทับเส้นประสาทเรื้อรัง

การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

1.หากพังผืดยังไม่หนามากนัก แพทย์จะทำการลดความดันข้อมือโดยทำการดามข้อมือของผู้ป่วย เพื่อให้ข้อมืออยู่นิ่ง ๆ ทำให้มีความดันในโพรงข้อมือต่ำที่สุด

2. ปรับการใช้ข้อมือในการทำงานและชีวิตประจำวัน โดยการปรับอุปกรณ์การทำงานให้ถูกตามหลักสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการใช้งานมือในลักษณะเกร็งนาน ๆ ในงานที่ต้องใช้ข้อมือกระดกขึ้น งอข้อมือนาน ๆ รวมถึงงานที่มีการสั่นกระแทกจนทำให้ความดันในโพรงข้อมือสูงขึ้นด้วย

3. การฉีดยาซึ่งทำจากยาชาผสมกับยาสเตียรอยด์เข้าไปในโพรงข้อมือรอบ ๆ เส้นประสาท จะช่วยลดการอักเสบและบางรายอาจหายได้ วิธีนี้พบว่าได้ผลดีเฉลี่ยประมาณ 40 - 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และปัจจัยอื่นๆ

หากการรักษาเบื้องต้นไม่ประสบความสำเร็จ และผู้ป่วยมีอาการชามากขึ้น รวมถึงในรายที่มีอาการมากหรือกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือลีบลง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อาจจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ซึ่งจะรักษาให้โรคนี้หายขาดได้ โดยเข้าไปตัดพังผืดที่พาดผ่านบริเวณด้านหน้าข้อมือออก ซึ่งจะทำให้ช่องว่างในโพรงข้อมือเพิ่มขึ้น ทำให้ความดันในโพรงข้อมือลดลง และเลือดสามารถมาเลี้ยงเส้นประสาทได้ดีขึ้น