รู้ทัน หัวใจวาย
1 ธันวาคม 2560 เวลา 14:58 น.| เปิดอ่าน 289 ครั้ง

รู้ทัน หัวใจวาย

                กลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัวไปเสียแล้วสำหรับอาการ "หัวใจวาย" หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) โดยเมื่อวานนี้ประเทศไทยต้องสูญเสียนักการทูตฝีมือดีอย่าง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ไปอย่างกระทันหันด้วยโรคดังกล่าวเช่นกัน

ปัจจุบันโรคหัวใจกลายเป็นภัยเงียบที่เข้ามากลืนกินชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับสอง รองจาก “โรคมะเร็ง” แม้อัตราการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวจะสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเกิดอาการแล้ว ผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตเสมอไป สิ่งที่จะ "ชี้เป็นชี้ตาย" คือผู้ป่วยถึงมือแพทย์ได้เร็วเพียงใด

                นพ.ปัญเกียรติ โตพิพัฒน์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและการสวนหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานีเคยให้สัมภาษณ์ถึงสัญญาณอันตรายก่อนหัวใจวายที่ไม่ควรประมาท ว่า "ในช่วงแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไร นอกจากเหนื่อย หายใจแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลอดเลือดหัวใจตีบลงมากขึ้น ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อออกแรง ออกกำลังกาย หรือทำอะไรรีบๆ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อลำเลียงเลือดไปยังส่วนต่างๆ ให้เพียงพอนั่นเอง"              

                คุณหมอยังบอกอีกว่า  อาการเจ็บแน่นหน้าอก ถือว่าเป็นอาการนำของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งโดยมากมักจะเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น เหงื่อออก หายใจหอบ ปวดร้าวไปที่แขนข้างเดียว หรือทั้งสองข้างไปจนถึงคอ และกราม หากตัวคุณหรือคนใกล้ตัวเกิดมีอาการเช่นนี้อย่านิ่งนอนใจ โดยอาการเหล่านี้จะเป็นอยู่ประมาณ 20 ถึง 30 นาทีเท่านั้น  ถ้าหากมีอาการอยู่ตลอดต้องถือว่าเป็นสัญญาณวิกฤตของอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ต้องรีบไปพบแพทย์ หรือเรียกรถฉุกเฉินไปโรงพยาบาลทันที

                “การนำผู้ป่วยมาส่งแพทย์ทันทีมีแต่ได้ประโยชน์ เพราะแม้ผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยได้ว่าอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งหากกล้ามเนื้อหัวใจตีบ ก็จะได้รักษาให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งจะเริ่มตาย และเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตายแล้วก็ไม่สามารถฟื้นฟูหรือสร้างใหม่ได้”

                คงไม่เบื่อกันกับการออกมาย้ำเตือนกันบ่อย ๆ  ไม่ให้มองข้ามอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น เจ็บแน่นหน้าอก จุกแน่นหรือแสบบริเวณลิ้นปี่ เป็นต้น รวมไปถึงการออกกำลังกายที่แม้จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้ารู้ไม่เท่าทันอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้สูงได้เช่นกัน

                ท้ายสุด ทีมงานสุขกายสบายใจ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ  อินนาลิลลาฮวาอินนาอิลัยฮิรอญิอูน