“BIKINI Incision” ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่
21 มิถุนายน 2560 เวลา 14:52 น. | เปิดอ่าน 466 ครั้ง

“BIKINI Incision”  ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่

 

หลายคนมีอาการปวดบริเวณข้อสะโพก  ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอายุน้อยพบว่า  “ปัจจัยเสี่ยงที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์จัด  และการใช้ยาสเตียลอยด์อย่างต่อเนื่องในปริมาณมาก  โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง SLE โรคไต รูมาตอยด์  สเตียลอยด์จะเป็นตัวไปทำลายกระบวนการทำงานของหลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงกระดูก ทำให้กระดูกหัวสะโพกตาย  และพังได้ในที่สุด หรือบางคนอาจมีความผิดปกติของสะโพกเสื่อมผิดรูปมาแต่กำเนิด ฯลฯ”

 

 

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์  ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า  “ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยโรคข้อสะโพกเพิ่มมากขึ้น  สำหรับประเทศไทยนั้น มีเหตุของการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม กว่า 25,000 รายต่อปี  พบได้มากขึ้นทั้งหญิงและชาย ในอายุ 40 ปีขึ้นไป”

โรคข้อสะโพกเสื่อมเกิดจากหลายปัจจัย โดยมากจะเกิดจากการสึกหรอของผิวข้อต่อระหว่างกระดูกเบ้าสะโพก และกระดูกต้นขา รวมไปถึงการทรุดตัวของหัวกระดูกต้นขา กระดูกสะโพกหัก โรคหัวกระดูกสะโพกตาย สำหรับวัยกลางคนจากสถิติ พบว่า มีปัญหากระดูกสะโพกเสื่อมได้เช่นกัน สาเหตุเนื่องมาจากดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะจะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงข้อสะโพกลดลง ทำให้กระดูกส่วนนั้นยุบหรือตาย กระดูกก็จะอ่อนแอทำให้ผิวเริ่มอักเสบ ขรุขระ ในบางคนทานยาที่มีส่วนผสมของสเตียลอยด์ปริมาณมาก ส่งผลให้เลือดหนืดไหลเวียนไม่ดีไม่สามารถเลี้ยงหัวกระดูกสะโพกได้ เป็นสาเหตุทำให้หัวกระดูกสะโพกตาย อายุที่มากขึ้นทำให้กระดูกผิวข้อสึกกร่อน หรือโรครูมาตอยด์ ฯลฯ

สัญญาณเตือนที่รับรู้ได้  คือ มีอาการปวดสะโพกเรื้อรัง ปวดง่ามขาด้านหน้า เจ็บที่ข้อสะโพกขณะเดินหรือวิ่ง เจ็บเวลาลงน้ำหนัก ขึ้นลงบันไดและเวลาบิดสะโพก เดินกระเผลก เป็นต้น

 

 

วิธีการรักษา เริ่มแรกรักษาด้วยการกินยา ฉีดยา กายภาพ แต่บางคนเป็นหนักจนกระทั่งข้อสะโพกไม่มีความเรียบ จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งในการผ่าตัดแบบเดิมจะใช้การผ่าตัดเข้าทางด้านหลังและด้านข้าง และมีการตัดกล้ามเนื้อบริเวณก้น ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้า และในบางรายมีอาการข้อสะโพกเทียมหลุด ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน สุดท้ายกลายเป็นว่าต้องเข้ามารับการผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม ที่น่าสนใจอีกประการคือ สำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่กระดูกสะโพกหัก กล้ามเนื้อจะอ่อนแอกว่าคนปกติ โอกาสข้อสะโพกหลุดซ้ำจะมีสูง ซึ่งจะเลือกนำเทคนิคการผ่าตัดด้วยการซ่อนแผลมาใช้กับผู้ป่วย  

นพ.พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อด้วยเทคนิคการซ่อนแผลผ่าตัด โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อนั้น จะมีการซ่อนแผลผ่าตัดใต้ขาหนีบหรือที่เรียกว่า BIKINI Incision  ซึ่งก่อนจะทำการผ่าตัด แพทย์จะใช้ Digital Template Surgical Planning วางแผนถึงตำแหน่งการตัดกระดูก  และการวางข้อสะโพกเทียมในตำแหน่งที่ถูกต้อง เลือกขนาดข้อเทียมให้เหมาะสมของแต่ละบุคคล มีทั้งข้อโคบอลโครเมียม (Cobalt Chromium) หรือข้อเซรามิก (Ceramic) เพื่อการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยใช้แกนกระดูกข้อเทียมรุ่นใหม่ (STEM) เพื่อแก้ไขปัญหาข้อสะโพกเทียมจมเมื่อใช้ไปนานๆ จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดแบบซ่อนแผลผ่าตัด (Minimally Invasive Surgery: MIS) โดยเข้าจากด้านหน้าข้อสะโพก (Direct Anterior Approach) ที่สำคัญการผ่าตัดแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ แผลผ่าตัดจะอยู่ด้านหน้าบริเวณขาหนีบซ่อนใต้แนวกางเกงใน (Bikini Incision) เป็นการผ่าตามทิศทางธรรมชาติของผิวหนัง (Langer's line) ตามแนวเส้นใยคอลาเจนของผิวหนังชั้น dermis ซึ่งเป็นแนวที่ขนานไปกับแนวเส้นมัดกล้ามเนื้อ การผ่าแบบนี้ ผิวหนังจะสมานตัวของแผลผ่าตัดดีขึ้น  ลดการเกิดแผลเป็น หรือคีลอยด์ (Keloid) โดยแผลผ่าตัดนั้นจะมีความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเดิม (แบบเดิมแผลยาวประมาณ 6-8 นิ้ว เพราะจะทำการผ่าตัดจากทางด้านหลังหรือด้านข้าง ซึ่งต้องมีการตัดกล้ามเนื้อรอบสะโพก อาจทำให้เจ็บปวดเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อรอบสะโพกอ่อนแรง เดินกระเผลก (Limping) และมีอัตราการหลุดของข้อสะโพกหลังผ่าตัดเพิ่มขึ้น ใช้เวลาในการพักฟื้นยาวนาน)

การผ่าตัดแนวใหม่นี้ มีความแม่นยำในการเช็คความยาวของขา และตำแหน่งข้อสะโพกเทียมได้ดีขึ้น  เพราะเป็นการผ่าตัดในท่านอนหงาย สามารถใช้เครื่องเอกซเรย์แบบ C-arm ช่วยวางตำแหน่งข้อเทียมให้ถูกต้องมากขึ้น จึงลดปัญหาขาสั้นยาวไม่เท่ากันหลังผ่าตัด  และสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกพร้อมกัน 2 ข้างได้ในครั้งเดียว  รวมทั้งยังมีระบบป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัด ช่วยลดอัตราการติดเชื้อหลังผ่าตัดได้อีกด้วย

ข้อดีของการผ่าตัดแบบนี้  จะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว เจ็บปวดน้อยลง ลดอัตราการเกิดข้อสะโพกหลุดหลังการผ่า ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อสะโพกจะหลุด (No Hip Precaution) สามารถลุกเดินได้โดยไม่มีการเอียงของลำตัว (No Limping) กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น  

นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด ด้วยเครื่องหัดเดินในสภาวะไร้น้ำหนัก Alter G (Anti-Gravity Treadmill) ซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยหลังการผ่าตัดข้อสะโพกและข้อเข่า ช่วยให้ฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัดได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องกังวลถึงความเจ็บปวด