เข่าเสื่อม แพะคดี “วิ่ง”
20 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13:58 น. | เปิดอ่าน 2302 ครั้ง

กระแสการวิ่งที่กำลังฮอตฮิตในขณะนี้ ทำเอาความเชื่อแบบเดิมๆที่ว่าการวิ่งส่งผลร้ายต่อเข่าหรือไม่และอย่างไร กลับมาเป็นหัวข้อถกเถียงในวงกาแฟกันอีกครั้ง  ซึ่งผลการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยบริคแฮม ยัง (Brigham Young University) ล่าสุดออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า การวิ่งไม่ใช่ผู้ร้ายที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบที่ข้อต่อหัวเข่า หากรู้จักวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง สอดคล้องกับคำบอกเล่าของคุณหมอหมูยอ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกโรงพยาบาลดังที่ยืนยันด้วยประสบการณ์ว่ายังไม่มีผู้ป่วยคนไหนป่วยด้วยการวิ่ง

วารสารภูมิศาสตร์กายภาพแห่งยุโรป (European Journal of Applied Physiology)เผยแพร่วิจัยของมหาวิทยาลัยบริคแฮม ยัง (Brigham Young University) การวิจัยนั้นได้นำนักวิ่งที่มีสุขภาพแข็งแรง 15 คน อายุระหว่าง 18-35 ปีมาตรวจเลือดและข้อหัวเข่า ก่อนและหลังการวิ่งบนลู่วิ่งแบบถูกวิธีนาน 30 นาที โดยศาสตราจารย์แมทท์ ซีเลย์ นักวิจัยแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ เจ้าของงานวิจัย คาดหวังว่าจะพบโมเลกุลที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดที่ข้อหัวเข่า แต่ผลลัพท์ไม่เป็นไปตามคาด โดยพบว่า ผู้เข้าทดลองมีอาการอักเสบที่ข้อหัวเข่าลดลง

ทว่า ผลการวิจัยจึงไม่สามารถฟันธงหรือตัดสินได้เสมอไป เพราะจำนวนผู้เข้าการทดลองที่มีน้อยมาก ขณะที่การวัดอาการอักเสบแบบทันทีนั้น ไม่สามารถกล่าวได้ว่า เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จะมีอาการอักเสบตามมาหรือไม่ 

แต่ไม่ผลจะเป็นอย่างไร “ซีเลย์” และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ-กีฬา ต่างเห็นตรงกันว่า การวิ่งยังมีประโยชน์มากกว่าการไม่วิ่งเลย หรือหากวิ่งแล้วมีปัญหาก็สามารถแก้ไขโดยการพักหรือฟื้นฟูได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว การออกกำลังกายไม่ว่าด้วยวิธีใดย่อมส่งผลดีต่อร่างกายแน่นอน

การวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับหมอหมูยอ ผู้เชี่ยวชาญกระดูกของไทยที่บอกว่า การฝึกเล่นกีฬาอะไรก็ตาม ในระยะแรกมักจะพบอาการบาดเจ็บ มากบ้าง น้อยบ้างกันเสมอ เพราะการฝึกกีฬา หมายถึง เรากำลังจะฝึกใช้ กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นเอ็น ให้ทำงานในแบบที่เราไม่เคยทำมาก่อน เช่น ฝึกเล่นกอล์ฟ ก็มักจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อหลัง สีข้าง และแขนกันเสมอ แต่เมื่อหยุดสักพัก อาการจะดีขึ้น พอกลับไปเล่นใหม่ ก็อาจปวดอีกได้ ที่สำคัญคือเล่นได้ในระดับที่สูงขึ้น เพราะเวลาฝึกใหม่ๆ พวกเขาจะไม่รู้ลิมิตของตัวเอง ทำให้บาดเจ็บได้ แต่เมื่อบาดเจ็บ ร่างกายก็จะซ่อมแซมให้ และเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

การฝึกวิ่งใหม่ๆ ก็เช่นกัน เรามักจะมีอาการบาดเจ็บแถวรอบๆเข่า, เท้าและข้อเท้ากันอยู่เสมอ อาการบาดเจ็บรอบๆข้อเข่า เป็นได้หลายอย่าง ทั้งจากเส้นเอ็น, เอ็นประกบข้อ,หมอนกระดูกข้อ และตัวผิวข้อเอง เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บเหล่านี้ ผู้ป่วยต้องพักให้ร่างกายซ่อมแซม พร้อมกับเสริมสร้างให้แข็งแรงกว่าเดิม ถ้าอาการบาดเจ็บไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็จะหายเองจากการพักผ่อน

สำหรับอาการบาดเจ็บที่เข่า ที่เกิดขึ้น สำหรับแพทย์ทั่วไปการวินิจฉัยจะทำได้ค่อนข้างยาก “โรคข้อเสื่อมของเข่า” จึงกลายเป็นแพะรับบาปไปโดยปริยาย

“ที่จริงอายุ 35 ปี ก็ยังไม่มากขนาดจะเป็นข้อเสื่อมหรอกครับ การมีเสียงดัง ก็เกิดได้จากหลายๆสาเหตุ ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเสื่อมเสมอไป แม้กระทั่งว่า หากคุณวิ่ง กระแทกส้นมากจริงๆ จนผิวข้อช้ำ ถ้าคุณได้หยุดพัก เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง มันก็จะซ่อมให้คุณกลับมาเป็นปกติได้ และถ้าคุณมีการฝึกฝนที่ถูกวิธี ร่างกายคุณก็จะสร้างความพร้อมในทุกส่วนให้คุณวิ่งได้ และวิ่งได้ดีขึ้นเรื่อยๆ นักวิ่งที่ฝึกวิ่งมานานๆ มีประสบการณ์มาก ข้อเข่าและข้อเท้า จึงมักจะแข็งแรงกว่า คนอื่นในช่วงอายุเดียวกัน ดังจะเห็นได้ว่า คนอายุเกิน 75 ปี ที่ยังวิ่งได้ ก็มีอยู่เยอะ ในขณะที่คนที่ไม่วิ่ง ไม่เล่นกีฬาใดๆ ก็เป็นข้อเสื่อมกันมาก

ข้อเสียของการวิ่งมีอยู่บ้าง ตรงที่พวกเรามักมาฝึกวิ่งกันตอนอายุมาก ซึ่งความแข็งแรงของกระดูกอ่อนผิวข้อจะลดลงตามอายุ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่กระดูกอ่อนผิวข้อ ก็ยังเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต เหมือนเนื้อเยื่ออื่นๆ จึงยังสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ และการถูกกระตุ้นบ่อยๆ ก็สามารถทำให้ร่างกายสร้างเสริม จนมีความแข็งแรงมากขึ้นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ก่อนฝึกวิ่ง ควรมีข้อเข่าที่ดีอยู่ก่อน หากเป็นข้อเสื่อมอยู่ก่อนแล้ว ถ้าเป็นมาก อาจวิ่งไม่ได้เลย หากเป็นน้อย ก็พอฝึกวิ่งได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ฝึกช้ากว่าคนข้อปกติ ต้องรู้จักให้เวลาร่างกายปรับปรุงตัวเองด้วย

“จากประสบการณ์ของการเป็นแพทย์ ผมยังไม่เคยเจอคนไข้ข้อเข่าเสื่อมที่เกิดในนักวิ่งเลย เจอแต่ในคนที่ไม่ได้เล่นกีฬา น้ำหนักเกินมาก ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย”